การถ่ายภาพ CONCERT

การถ่ายภาพ CONCERT

ให้ใช้ระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบต่อเนื่องร่วมกับระบบบันทึกภาพต่อเนื่องความเร็วสูงเพื่อเก็บภาพในช่วงจังหวะดังกล่าว เมื่อวางตำแหน่งภาพได้และตัวศิลปินอยู่ในกรอบโฟกัสให้กดชัตเตอร์ค้างเพื่อบันทึกภาพต่อเนื่องเป็นชุดในช่วงจังหวะนั้นๆ แต่ถ้าหากมีการเต้นหรือวิ่งอย่างรวดเร็วก็จะกดชัดเตอร์ค้างนอนหน่อยให้ได้ภาพหลายๆ แอ็คชั่นเพื่อนำมาคัดเลือกภายหลัง วิธีนี้ทำให้เห็นว่าแค่ช่วงเวลาสั้นๆ เพียงเสี่ยววินาที ตำแหน่งต่างๆในภาพเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว บางครั้งภาพที่ดูดีอยู่แล้วอาจมีภาพที่ดีกว่าเพียงแค่การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นในภาพ

ถ่ายย้อนแสงช่วยเสริมสร้างอารมณ์ให้กับภาพได้ดี  ไม่เว้นแม้กับการถ่าย คอนเสิร์ตแสงแฟลร์ที่ฟุ้งเป็นดวงอาจเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจสำหรับบางภาพ แต่หากคุณกำหนดให้มันอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมลงตัว บางทีมันก็ช่วยให้ภาพดูดีได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ลองแหงนกล้องขึ้นถ่ายมุมเงยดูบ้าง ในทุกเวทีคอนเสิร์ตต้องมีแผงไฟที่ตั้งตั้งอยู่ด้านบนเสมอ การก้มตัวลงแล้วเงยกล้องขึ้นจะทำให้คุณสามารถดึงเอาแสงสีของดวงไฟเข้ามาประกอบในภาพได้ จะใช้วิธีนี้เสมอเพื่อไม่ให้ภาพจืดชืดหรือมีแต่แบ็คกราวน์ดำมืด 

ข้อควรระวังคือ ไม่ควรก้มลงต่ำเกินไปหากว่าศิลปินที่กำลังแสดงเป็นผู้หญิงและนุ่งกระโปรงสั้น ระวังคนอื่นจะเข้าใจผิดคิดว่าคุณเป็นพวกโรคจิต ไม่ควรใช้เลนส์จำพวกซุปเปอร์ไวด์เข้าไปถ่ายในระยะประชิดแล้วเงยกล้องมากๆ สัดส่วนที่ผิดเพี้ยนเกินเหตุจะทำให้ภาพลู่เอียงและตัวศิลปินกลายเป็นมนุษย์ประหลาดขาใหญ่หัวลีบ

ระบบ วัดแสงเฉพาะจุดดูจะเหมาะสมกับการถ่ายภาพคอนเสิร์ตมากที่สุด ด้วยสภาพแสงที่เน้นตัวศิลปินเป็นหลัก จนบางครั้งฉากหลังหรือพื้นที่ส่วนอื่นถูกปล่อยให้อยู่ในความมืด 

ระบบวัดแสงแบบเฉลี่ยจะให้ค่าที่โอเวอร์และหลอกให้เราใช้ความเร็วชัดเตอร์ต่ำกว่าที่ควร  นอกจากทำให้ภาพได้รับแสงมากเกินแล้วยังทำให้เราเสี่ยงต่อการได้ภาพที่ไม่คมชัดด้วย 

 แนะนำให้ใช้ระบบวัดแสงเฉพาะจุดเน้นค่าแสงไปที่ตัวศิลปินด้วยการซูมภาพให้ ใกล้เข้ามาแล้วเล็งตำแหน่งไปที่ใบหน้า จะไม่วัดแสงอยู่ตลอดเวลา แต่จะวัดค่าแสงหลักและปรับตั้งกล้องไปตามช่วงจังหวะของแสง อย่างเช่น ในช่วงที่มีการเปิดไฟฟอลโลว์ที่ตัวศิลปิน ควรวัดแสงแล้วใช้ค่านี้ไปตลอดขณะถ่ายจะคอยสังเกตไปด้วยเมื่อมีการเปลี่ยนรูป แบบการให้แสงอย่างเช่น ช่วงไฮไลท์ของเพลงหรือช่วงที่เป็นเพลงจังหวะสนุกที่มักเปิดแสงสีมากเป็น พิเศษ ควรจะวัดแสงใหม่และใช้ค่านี้ไปจนจบช่วง วิธีนี้ทำให้ไม่ต้องคอยพะวงกับการวัดแสงอยู่ตลอดและมีเวลามากพอที่จะให้ความ สำคัญกับการโฟกัสภาพและจัดองค์ประกอบ 

ถ่ายภาพคอนเสิร์ตเราต้องถ่ายในสภาพแสงน้อยเป็นส่วนใหญ่ จึงจำเป็นต้องใช้ความไวแสงสูง ซึ่งโดยมากจะอยู่ในช่วง ISO 800 ขึ้นไป ถึงแม้ว่ากล้องส่วนใหญ่จะสามารถปรับเลือกค่า ISO ได้ แต่ก็ใช้ว่ากล้องทุกตัวจะให้คุณภาพที่ดีเท่ากัน 

ควรใช้แฟลชในการถ่ายคอนเสิร์ตหรือไม่ ตามมารยาทแล้วไม่ควรอย่างยิ่ง เพราะนอกจกาแสงแฟลชจะทำลายบรรยากาศของแสงสีในงานคอนเสิร์ตแล้ว มันยังเป็นการรบกวนตัวศิลปินด้วย ลองนึกภาพดูในขณะที่นักร้องกำลังเค้นอารมณ์ร้องเพลงซึ้ง ทุกคนในฮอลล์นิ่งฟังอย่างตั้งใจ บนเวทีมีเพียงแสงไฟฟอลโลว์จับอยู่ที่นักร้อง จู่ๆ ถ้ามีแสงแฟลชแวบออกมา คงไม่เหมาะเท่าไหร่ 

7 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ21 เมษายน 2557 06:34

    เวทีการแสดง มีแสงจากไฟหลากสี ควรปิดระบบ Auto White Balance มาใช้ระบบแมนนวลแทน แล้วเลือกปรับโทนสีของแสงไว้ค่าๆหนึ่งให้ภาพดูสีไม่ประหลาดเป็นพอ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ไม่ระบุชื่อ21 เมษายน 2557 06:35

      การใช้ Speed ที่ไม่สูงมาก ทำให้เก็บรายละเอียดแสงฉากหลัง บรรยากาศได้ดีครับ เหมาะสำหรับนักร้องที่ร้องเพลงช้าๆ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่า มีไฟฟอลโลมากวนตัวแบบด้วยหรือเปล่า

      ส่วนถ้าเป็นเพลงเร็ว มีการเต้น ขยับตัวเร็ว ก็ควรใช้ Speed สูงๆหน่อย

      อาจต้องเพิ่ม ISO ให้สูงด้วย เพื่อหยุดตัวแบบให้ได้ ส่วนการโฟกัสนี่ต้องให้เร็วครับ เพราะนักร้องมักจะขยับตัวตลอดเวลา

      ค่ารูรับแสง (F) ก็มีผลกับแสงมากๆ ยิ่ง F กว้างๆ ยิ่งดี แต่จะทำให้โอกาสหลุดโฟกัสได้ง่ายขึ้น

      ส่วน White Balance ใช้ Auto ก็เหลือๆล่ะครับ ใช้สภาพแสงสีของไฟ จากไฟในเวทีเลยครับ

      ลบ
    2. ไม่ระบุชื่อ21 เมษายน 2557 06:48

      ถ่ายคอนเสิร์ตจะใช้โหมดอะไรดี?
      ---------------------------------------
      ใครไม่ถนัดโหมด M แนะนำให้ใช้ TV หรือ S
      ค่า ISO ที่ควรปรับ ขึ้นอยู่กับประเภทของคอนเสิร์ต ถ้าเป็นคอนเสิร์ตของนักร้องหญิง ISO ไม่สูง บางคนถ่ายเผื่อครอป อันนั้นยิ่งไม่ควรใช้ ISO สูง
      ถ่ายเป็นไฟล์ RAW ค่ะ อันนี้คิดว่าสำคัญมากๆๆๆ เพราะแสงสี Concert เปลี่ยนเร็ว ทำให้ส่งผลต่อค่า White Balance ถ้าถ่ายเป็น RAW เราสามารถมาปรับค่า WB ทีหลังได้สบายๆ

      ลบ
  2. ไม่ระบุชื่อ21 เมษายน 2557 06:37

    การถ่ายภาพกีฬาที่ต้องมีการแพนกล้องไปมาไม่หยุดควรใช้การโฟกัสแบบต่อเนื่อง AF-C และเลือกจุดช่วยโฟกัสแบบ Multi ให้กล้องเป็นตัวตัดสินใจให้ว่าจะโฟกัสอะไร เราเลือกเองจะไม่ทัน การตั้งค่า ISO ควรสูง ๆ หน่อยเพื่อที่ให้ Speed ชัตเตอร์ ไม่ต่ำกว่า 250 - 350

    ตอบลบ
  3. ไม่ระบุชื่อ21 เมษายน 2557 06:51

    รูรับแสงกว้างที่สุด" เท่าที่มี จะทำให้สะดวกมากครับ และไม่ต้องดัน ISO มากนัก ยิ่งถ้าได้เลนส์คุณภาพดีๆ crop 100% แล้วยังคมใช้ได้จะถือว่าดีมากๆ เลย

    รูรับแสงกว้างได้สุดเท่าไร ปรับกว้างสุดไปเลยครับ (เปิดค่า F น้อยที่สุด)

    ถ้าเราต้องการหยุดนักร้องให้ได้เป๊ะๆ ก็น่าจะไม่ต่ำกว่า 1/250

    ถ้าเราอยากจะเก็บ movement ของนักร้องเวลาของขึ้น ก็ต้องใช้ speed ช้าๆ หน่อย อาจจะ 1/100 หรือต่ำกว่านั้นนิดหน่อยก็ได้ ขึ้นอยู่กับความเร็วในการโยกของนักร้อง แต่อย่าให้ speed shutter ต่ำกว่าทางยาวโฟกัสนะครับ ไม่งั้นได้มีเบลอกันทั้งภาพ

    เราอยากได้ภาพคมชัด หยุดการเคลื่อนไหว เราเลยปรับ speed shutter 1/250 ขึ้นไปครับ

    ตอบลบ
  4. ไม่ระบุชื่อ21 เมษายน 2557 06:53

    ISO นี่ต้องดันกันเยอะไหมเนี่ย มืดๆ แบบนี้
    ไม่ต้องเลย ปกติก็ดันที่ประมาณ 1600 - 3200 เท่านั้น แสงบนเวทีสว่างมากๆ อยู่แล้ว ส่วนจะดันเท่าไรก็ขึ้นอยู่กับ ค่ารูรับแสงกว้างสุดที่คุณปรับ และ fix ค่า speed shutter ไว้เท่าไร (วันนั้นติดเลนส์ F1.2 เข้าไป ใช้ speed 1/250 เลยดัน ISO แค่ 800ครับ)

    White Balance?
    เราตั้งเป็น Auto แล้วถ่ายเป็น RAW (เผื่อเอามาปรับแก้ไขด้วย Camera RAW) เพราะไม่มีเวลามานั่งดูโน่นนี่นั่น ปล่อยให้กล้องช่วยเราบ้าง Moment ดีๆ โดนๆ มาเร็วไปเร็วครับ

    ตอบลบ
  5. Top Tip 1
    --------------
    ระหว่างการถ่าย ถ้าเวทีเปิดสปอตไลท์แรงขึ้นมา ไม่จำเป็นต้องไปปรับ ISO ลง ให้เพิ่ม speed shutter แทน เพราะอะไร?
    เพราะปุ่มปรับ ISO มันกดยากกว่า speed shutter (Canon) ในความเห็นส่วนตัวของเรานะ เพราะต้องกดปุ่ม ISO แล้วไปหมุนปุ่มล้อหมุนที่นิ้วชี้ แต่ปรับ speed shutter แค่หมุนปุ่มล้อหมุนที่นิ้วชี้อย่างเดียว เร็วกว่ากันเยอะ เราจะได้ไม่เสียโอกาส moment สำคัญๆไปเพราะเอาแต่ปรับค่าอยู่ (อันนี้แล้วแต่เทคนิคใครเทคนิคมันนะครับ)

    Top Tip 2 ถ่ายมาลงเว็บหรือลง facebook ใช่ไหม?
    ------------------------------------------------------------------
    เวลาอยู่ในคอนเสิร์ตมันจะขยับไปไหนไม่ได้ถูกไหม คือพูดง่ายๆว่าท่านไม่สามารถวิ่งไปวิ่งมาเพื่อถ่ายรูปหามุมได้อย่างอิสระ ยังไงก็ต้องปักหลักถ่ายที่เดิมไปเรื่อยๆ ถ้าใครมีเลนส์ซูม ก็ซูมเข้าซูมออก

    ถ้าใครมีเลนส์ Fix ก็ไม่ต้องคิดอะไรมาก ก็มันถ่ายได้แค่นั้นอยู่แล้วครับ วันที่เราไปเราใช้เลนส์ fix เหมือนกัน ใช้ 85mm ก็ยืนปักหลักถ่ายไปเรื่อยๆ แล้วเอาภาพมา crop ทีหลัง (ก็เอามาลงเว็บอะ มันไม่ได้ต้องการภาพใหญ่อะไรอยู่แล้วหนิ แค่ถ่ายอย่าให้เบลอก็โอเคแล้ว)

    ตอบลบ